ระบบระบุตำแหน่งบนมือถือทำงานอย่างไร
โทรศัพท์และแท็บเล็ตสมัยใหม่ผสานหลายวิธีระบุตำแหน่งเข้าด้วยกัน เช่น GNSS จากดาวเทียม ข้อมูลเวลาเครือข่ายเซลลูลาร์ สัญญาณ Wi-Fi และเซนเซอร์ในเครื่อง
GNSS จากดาวเทียม
แหล่งตำแหน่งหลักคือ GNSS (Global Navigation Satellite Systems) ตัวรับสัญญาณจะคำนวณระยะจากดาวเทียมหลายดวงด้วยเวลาเดินทางของสัญญาณ แล้วแก้สมการเป็นละติจูด ลองจิจูด ความสูง และเวลา
อุปกรณ์ผู้บริโภคมักรองรับหลายกลุ่มดาวเทียม เช่น GPS (สหรัฐฯ), GLONASS (รัสเซีย), Galileo (สหภาพยุโรป) และ BeiDou (จีน) การใช้ดาวเทียมมากขึ้นช่วยให้เรขาคณิตดีขึ้นและเสถียรกว่า
Triangulation และ Assisted Positioning
มือถืออาจใช้เสาสัญญาณและจุดกระจาย Wi-Fi ใกล้เคียงเพื่อให้ได้ตำแหน่งแรกเร็วขึ้น โดยมักเรียกรวมว่า assisted GNSS หรือ network-based positioning
เชิงเทคนิค วิธีจากเสาส่วนใหญ่เป็น trilateration ที่ใช้แบบจำลองเวลาและความแรงสัญญาณ มากกว่าการ triangulation ตามมุมแบบคลาสสิก แต่ผู้ใช้ทั่วไปมักเรียกรวมว่า triangulation
การผสานเซนเซอร์ในอุปกรณ์
Accelerometer, gyroscope และ magnetometer ช่วยคงความต่อเนื่องของทิศทางและการเคลื่อนที่เมื่อสัญญาณ GNSS ลดลงชั่วคราว ระบบปฏิบัติการจะรวมข้อมูลเหล่านี้เป็นสตรีมตำแหน่งเดียวให้แอปใช้งาน
จึงเป็นเหตุผลที่หลายแอปบนโทรศัพท์เครื่องเดียวกันมักได้ตำแหน่งใกล้เคียงกัน เพราะใช้บริการตำแหน่งที่รวมผลมาแล้วร่วมกัน
ระบบดาวเทียมสาธารณะที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน
ระบบสาธารณะที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ GPS ของสหรัฐฯ ซึ่งสัญญาณพลเรือนใช้งานได้ทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีบริการสาธารณะอย่าง Galileo Open Service และช่องสัญญาณมาตรฐานของ GLONASS
ผู้ใช้งานทางทะเลได้ประโยชน์มากเมื่ออุปกรณ์ติดตามหลายกลุ่มดาวเทียมพร้อมกัน โดยเฉพาะในสภาพที่มองท้องฟ้าได้จำกัด